หน้าแรก >> เรื่องที่น่าสนใจ

 เรื่องที่น่าสนใจ

  21 มกราคม 2569 โดย Administrator

เรื่องที่น่าสนใจ

 

หมวดที่ 3 : การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน

 

Q1 : การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญอย่างไร?

 

A1 : การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญต่อหน่วยงาน เพราะช่วยให้สามารถระบุ วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทำให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง ลดความสูญเสีย และป้องกันอุปสรรคที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายขององค์กร นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพ การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อให้องค์กรดำเนินงานได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

Q2 : หน่วยงานควรจัดทำและปรับปรุงแผนการบริหารความเสี่ยงอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของ กระทรวงการคลัง?

 

A2 : หน่วยงานควรจัดทำและปรับปรุงแผนการบริหารความเสี่ยงให้เป็นระบบและสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่ กระทรวงการคลังกำหนด โดยคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญดังต่อไปนี้: 1. การจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยง 1) กำหนดวัตถุประสงค์ของหน่วยงานให้ชัดเจนและสอดคล้องกับภารกิจ 2) ระบุและประเมินความเสี่ยง ที่อาจทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ 3) วิเคราะห์และจัดลำดับความเสี่ยง ตามโอกาสเกิดและระดับผลกระทบ 4) กำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง และจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับความเสี่ยงที่สำคัญ 5) นำเสนอผู้บริหารเพื่ออนุมัติและประกาศใช้แผนประจำปี 2. การติดตามและปรับปรุงแผน 1) ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของมาตรการ 2) ทบทวนความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงสำคัญ 3) ปรับปรุงแผนและมาตรการให้เหมาะสม ตามสภาพแวดล้อม ความเสี่ยงใหม่ หรือการ เปลี่ยนแปลงภายในหน่วยงาน 4) รายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อผู้บริหาร ตามรอบเวลาที่กำหนด 3. หลักการสำคัญที่ควรคำนึงถึง 1) แผนต้อง ครอบคลุมความเสี่ยงที่แท้จริง ของหน่วยงานและสะท้อนปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจน 2) ต้อง สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง และแนวทางการควบคุมภายในภาครัฐ 3) กระบวนการบริหารความเสี่ยงควรเป็น วงจรต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงและสนับสนุน การบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Q3 : จำเป็นต้องติดตามผลการดำเนินงานตามแผนความเสี่ยงระหว่างปีหรือไม่?

 

A3 : จำเป็นต้องติดตามผลการดำเนินงานตามแผนความเสี่ยงระหว่างปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการที่กำหนด ตรวจสอบความคืบหน้าของการดำเนินงาน และปรับแผนให้เหมาะสมเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หรือปัจจัยเสี่ยง การติดตามอย่างต่อเนื่องช่วยให้หน่วยงานสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เหตุผลที่ต้องติดตามผลระหว่างปี 1) ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงได้ทันที 2) ประเมินว่ามาตรการจัดการความเสี่ยงยังคงมีประสิทธิผลหรือไม่ 3) ช่วยระบุปัญหาและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว 4) นำไปสู่การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

 

Q4 : การกำหนดปัจจัยเสี่ยงควรมีลักษณะอย่างไร?

 

A4 : การกำหนดปัจจัยเสี่ยงควรมีความชัดเจน ครอบคลุม และสะท้อนถึงความเสี่ยงที่แท้จริงของหน่วยงาน เพื่อให้สามารถวางมาตรการจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้: 1. ระบุสาเหตุของความเสี่ยงอย่างแท้จริง ควรระบุ “ต้นเหตุ” ที่อาจทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการป้องกันหรือบรรเทาความเสี่ยงได้อย่างตรงจุด 2. พิจารณาปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน 1) ปัจจัยภายนอก: เศรษฐกิจ กฎหมาย เทคโนโลยี สังคม หรือเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ 2) ปัจจัยภายใน: กระบวนการทำงาน บุคลากร ระบบงาน ทรัพยากร และการควบคุมภายในที่มีอยู่ 3. ต้องเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน ปัจจัยเสี่ยงควรสะท้อนความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายและภารกิจของหน่วยงานโดยตรง 4. ประเมินระดับความเสี่ยงอย่างเป็นระบบควรประเมินทั้งระดับโอกาสที่จะเกิด (Likelihood) และ ระดับผลกระทบ (Impact) เพื่อจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงในการบริหารจัดการ 5. คำนึงถึงบริบทและการเปลี่ยนแปลง ควรพิจารณาสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และทบทวนความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ สรุป : ปัจจัยเสี่ยงควร ชัดเจน–สอดคล้องกับวัตถุประสงค์–พิจารณาทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน–ประเมินโอกาสและผลกระทบ–และทบทวนสม่ำเสมอ เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ

 

นางสาวอรวรารัศมิ์ สุนิพัฒน์
ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายใน

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

สถิติผู้เข้าเว็บ
 วันนี้ 
75
 เมื่อวาน 
9
 เดือนนี้ 
104
 เดือนที่ผ่านมา 
252
 ปีนี้ 
1,645
 ปีที่ผ่านมา 
5,674
   ทั้งหมด 
83,578
 เริ่มบันทึกวันที่ 20/09/2561